Showing posts with label Laser treatment. Show all posts
Showing posts with label Laser treatment. Show all posts

Thursday, September 6, 2012

Medlite C6 แก้ปัญหากระ ลบรอยสัก

Medlite c6 Laser    คือ เลเซอร์ชนิดพิเศษความยาวคลื่น 1064 ที่มีคุณสมบัติในการรักษา กระลึก กระแดด
 ปานดำและรอยสัก ถือเป็นเลเซอร์ที่จำเพาะต่อเม็ดสีดำมากที่สุด ที่เรียกว่า Q-Switched Laser จะเข้าไปเลือกทำลายเฉพาะเซลล์เม็ดสดำที่อยู่ในผิวชั้นลึก เม็ดสีที่ถูกทำลายแล้วจะแตกตัว Medlite C6 ไม่ทำให้เกิดแผลหลังทำ   ปัญหาการสะสมของเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติในชั้นผิวหนัง โดยเลเซอร์จะตรงเข้าทำลายเม็ดสีที่สะสมผิดปกติ ลำแสงพิเศษนี้ซึ่งถูกสรรสร้างโดย MedLite จะกำจัดเม็ดสีที่ไม่เป็นที่ต้องการออกไป MedLite C 6 เลเซอร์  
ใช้ในการแก้ปัญหา ฝ้า กระ กระลึก ลบรอยสัก ปาน  รอยดำสิว จุดด่างดำต่างๆ ริมฝีปากดำ  ขอบตาคล้ำ  รักแร้ดำ กำจัดขน  และสิ้วเสี้ยนให้จุดกระฝ้า รอยด่างดำต่างๆดูจางลง

Friday, May 4, 2012

Gentle YAG Laser กำจัดขนถาวร

 การกำจัดขนถาวร 
ปัญหาการกำจัดขน ( โกนขน ถอนขน การใช้ครีม แว็กซ์) ที่ต้องทำบ่อยๆทุกวันสร้างความรำคาญให้แก่สาวๆในสมัยนี้อย่างมาก ซ้ำยังทำให้เกิดรอยคล้ำ จุดด่างดำ รูขุมขนกว้าง ขนคุด ปัญหาต่างๆเหล่านี้จะหมดไปด้วยการกำจัดขนถาวรด้วยเลเซอร์ Gentle YAG เป็น เลเซอร์กำจัดขนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผิวชาวเอเชีย เติมความมั่นใจใต้วงแขน ผิวหน้า หน้าแข้ง ขนขาและทุกส่วนในร่างกายให้เรียบเนียนสวยไร้ขนที่กวนใจ
การกำจัดขนถาวรในอดีตใช้วิธีการจี้เส้นขนทีละเส้นด้วยไฟฟ้า ( Electrolysis ) ซึ่งวิธีนี้สร้างความเจ็บปวดให้คนรับบริการอยากมาก ซ้ำยังใช้เวลาในการทำนานเช่นกัน  การจำจัดขนในอดีตต้องอาศัยความอดทนเป็นอย่างสูง  แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนานำเทคโนโลยีโดยการใช้เลเซอร์มาช่วยในการกำจัดขนซึ่งสามารถกำจัดขนได้คราวละมากๆ  ใช้เวลาไม่นานในการทำ และไม่เจ็บปวดมากเหมือนก่อน สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย ทุกตำแหน่งที่มีขนที่คุณไม่ต้องการ
การเตรียมตัวก่อนการทำเลเซอร์ Gentle YAG
Gentle YAG เป็นเลเซอร์ในกลุ่มที่ไม่ทำให้เกิดแผลหลังการรักษาจึงไม่ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษแต่อย่างใด ควรงดการแวกซ์ขนก่อนการทำ 2 สัปดาห์ เพื่อที่คุณหมอจะได้ดูขนาดเส้นและจะได้ปรับพลังงานให้เหมาะกับสภาพเส้นขน
 การทำงานของเครื่อง gentle laser
1.     พลังงานจากแสงเลเซอร์จะถูกดูดซึมโดยเม็ดสีเมลานิลในต่อมขน พลังงานที่ถูกดูดซึมนี้เองจะไปทำลายเซลล์รากขนที่อยู่รอบๆ เมื่อเซลล์รากขนถูกทำลายเส้นขนก็จะหลุดร่วงไปและไม่ขึ้นใหม่
2.      พลังงานแสงจาก Gentle YAG ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับคนผิวเหลือง ผิวคล้ำและสามารถปรับพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิว  การไหม้ รอยด่างดำที่พบบ่อยหลังการทำ IPL จะไม่พบใน Gentle YAG
ระยะเวลาในการทำเลเซอร์
ระยะเวลาการทำเลเซอร์ขึ้นอยู่กับบริเวณที่จะทำ ขนใต้วงแขน 1-2 นาที หนวด 10 วินาที ขนบนใบหน้า 5-7 นาที ขนหน้าแข้ง 30 นาที หากเปรียบเทียบกับการใช้เข็มไฟฟ้าเลเซอร์จะเร็วกว่า 20-30 เท่า
เนื่องจากเส้นขนแบ่งได้เป็น 2 ระยะ คือ ระยะเจริญเติบโต ( anagen phase ) และระยะพักตัว ( telogen phase ) แสงจากเลเซอร์จะไปทำลายเฉพาะขนในระยะเจริญเติบโตเท่านั้นดังนั้น การกำจัดขนด้วยเลเซอร์จึงต้องทำอย่างน้อย 5 ครั้งเพื่อสามารถกำจัดขนได้หมด
ขณะเลเซอร์กำจัดขน
ความเจ็บขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความรู้สึกของแต่ละคน ส่วนใหญ่จะบอกว่าความรู้สึกคล้ายหนังสติ้กดีดใส่  สามารถทนได้เมื่อเทียบกับผลที่ได้รับ สำหรับคนที่sensitive มาก สามารถแก้ได้โดยการทายาชาก่อนทำประมาณ 45 นาที เพื่อลดความเจ็บปวดในการทำ และหลังทำอาจมีตุ่มแดงๆตามรุขุมขนอาจแก้โดยการทายาDiprotop เพื่อลดอาการบวม
ผลข้างเคียงในการทำเลเซอร์
หลังการยิงเลเซอร์ จะมีรอยแดงชมพูบนผิวหนังบริเวณรูขุมขนและจะหายไปภายใน1-2 ชม. ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงเช่น รอยไหม้ แผลพุพอง สะเก็ดแผล พบน้อยมาก
ผลที่ได้จากการทำเลเซอร์
เลเซอร์จะทำให้เส้นขนในระยะเจริญเติบโตหายไป  โดยเส้นขนจะเริ่มหลุดร่วงภายใน 2 สัปดาห์ เส้นขนส่วนน้อยอาจกลับมางอกใหม่แต่เส้นขนจะบางลง เส้นเล็กลง และงอกช้าลงมาก ซึ่งต่างจากการถอนหรือโกนที่เส้นขนที่เส้นขนใหม่จะใหญ่และงอกเร็วขึ้น
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ Gentle Yag laser
เครื่อง  Gentle Yag laser มันมีความสามารถหลายด้านที่เดียวคือ สามารถกำจัดขนได้  เป็น Light Laser ทำให้หน้าใสได้ด้วย และสุดท้ายสามารถกำจัดเส้นเลือดขอดเส้นเล็กๆได้ ดั้งนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีคนไปทำหน้าใส กำจัดขน กำจัดเส้นเลือดขอดด้วยเลเซอร์ตัวเดียวกัน

    

Sunday, April 22, 2012

Fraxel laser

 Fraxel Laser ลบรอยแผลเป็น Fraxel Laser ลบรอยสิว
                                        


 Fraxel Laser เป็นเลเซอร์ Gold Standard เครื่องเดียวและเครื่องแรกโดยใช้หลักการ Fractional Photothermolysis ที่ใช้ในการ รักษาฝ้า จุดด่างดำ รักษาริ้วรอย รอยแผลเป็นจากสิว รอยแผลเป็นจากการผ่าตัดและซ่อมแซมผิวหนังที่ปลอดภัย และทันสมัย 
ขั้นตอนการทำงานของFraxel  Laser
หลักการของ  Fraxel laser คือ การปล่อยคลื่นแสงในช่วง mid infrared ลงไปใต้ผิวเป็นจุดเล็กมากๆนับพันจุด ต่อตารางเซนติเมตร อีกทั้งสามารถปรับระดับการรักษาให้เป็นเปอร์เซนต์ครอบคลุมต่อพื้นที่ เพื่อลดอาการบวมแดง ลดผลข้างเคียงต่างๆ อีกทั้งยังให้ความรู้สึกที่อ่อนโยนกว่าเดิมอีกด้วย คลื่นแสงจะลงไปยังบริเวณผิวหนังในระดับที่พอดีกับ การสร้างเซลล์ผิวใหม่ เช่น หากต้องการรักษาฝ้า จุดด่างดำ ก็จะปล่อยแสงลงไปใต้ผิวหนังระดับตื้น แต่หากต้องการรักษา แผลเป็นจากสิว หรือริ้วรอยเหี่ยวย่น ก็จะต้องปล่อยแสงลงไปในระดับลึกถึงชั้นโครงสร้างคอลลาเจน โดย Fraxel laser สามารถส่งผ่านแสงเลเซอร์ลงไปลึกถึง 1400 ไมครอน โดยแพทย์จะเป็นผู้เลือกว่าการรักษาแบบต่างๆควรจะให้แสงเลเซอร์ ลงไปลึกสู่ผิวลึกแค่ไหน เมื่อแสงสัมผัสกับผิวจะเกิดประกฎการณ์ Fractional Photothermolysis ขึ้นและ ณ ตำแหน่งนั้นเอง เซลล์เก่าจะแปลสภาพเป็นเซลล์ที่ตายไป ซึ่งจะถูกผลักให้หลุดออกไปภายใน 1-2 สัปดาห์ และมีเซลล์ใหม่ขึ้นมาแทนที่
ปัญหาแก้ไขด้วยFraxel leser
ริ้วรอยเหี่ยวย่นต่างๆทุกบริเวณ
ฝ้า จุดด่างดำ และสภาพผิวที่เสื่อมโทรมตามวัย ทุกบริเวณทั่วร่างกาย
รอยแผลเป็นจากสิว รอยแผลเป็นจากการผ่าตัด
รูขุมขนกว้าง
ผิวหน้าหยาบกร้านไม่เรียบเนียน
การสร้างผิวใหม่ (Resurfacing)
นอกจากนี้ยังสามารถใช้รักษาปัญหาผิวแตกลาย ได้ดีมากอย่างไม่เคยมีมาก่อน
การเตรียมตัวก่อนทำ Fraxel laser
1.งดใช้ยาในกลุ่มวิตมิน A เช่น Glycolic acid and Retin A เป็นต้น
2.ทายาก่อนทำ Fraxel ก่อน 45 นาที
3.ทำความสะอาดผิวบริเวณที่ทำ Fraxel laser ให้สะอาด
ขณะทำการรักษาด้วย Fraxel laser
จะรู้สึกแสบร้อนๆในบริเวณที่ทำการรักษา และจะได้ยินเสียงการทำงานของดังตลอด ในการทำจะต้องทำหลายรอบ รอบแรกๆจะยังไม่รู้สึกแสบร้อนมาก แต่รอยหลังๆจะรู้สึกแสบร้อนมาก ในขณะทำจะมีการเป่าลมเย็นด้วย หลังการทำจะต้องเป่าลมเย็นบริเวณที่ทำอย่างน้อย 30 นาที ผิวบริเวรที่ทำจะมีอาการแดงบวมอยู่ประมาณ 8 ชั่วโมง
คำแนะนำสำหรับการทำ Fraxel laser
อาการที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังทำการรักษา หลังทำการรักษาด้วย Fraxel อาจมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้น โดยระยะเวลาและระดับอาการของผลข้างเคียงขึ้นอยู่กับระดับพลังงานที่ใช้ในการรักษาและกระบวนการซ่อมแซมของผิวหนัง ในแต่ละบุคคล โดยปรกติผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยพลังงานที่สูงมักจะมีระยะเวลาของการเกิดผลข้างเคียงที่นานกว่า และในบางรายอาจมีอาการไข้เกิดขึ้น โปรดแจ้งแก่แพทย์ผู้ทำการรักษาหากผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นกลายเป็นปัญหาสำหรับคนไข้
1.Swelling : อาการบวมมักเกิดขึ้นในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นหลังจากทำการรักษา  โดยเฉพาะบริเวณใต้ดวงตาปรกติจะคงอยู่ประมาณ 2-3 วันเพื่อลดอาการดังกล่าวสามารถทำตามขั้นตอนดังนี้
หลังทำการรักษาให้ประคบเย็นบริเวณที่ทำการรักษาเป็นระยะเวลา 10 นาที ทุกๆ1 ชม.  จนกระทั้งเข้านอน
ในคืนแรกหลังทำการรักษาให้นอนศีรษะสูง
2.Redness : โดยทั้งไปอาการผิวหน้าแดง มักเกิดในสัปดาห์แรกหลังทำการรักษา แต่บางครั้งอาการผิวหน้าแดงเล็กน้อยอาจยังคงอยู่มากกว่า 1 สัปดาห์ ผู้ป่วยสามารถแต่งหน้าลบเลือนรอยแดงได้ตามปรกติ
3.Dry skin : อาจมีอาการผิวแห้ง ผิวเป้นขลุ่ย หรือเป็นสะเก็ด หรือมีอาการคล้ายผิวหน้าสาก ๆประมาณ 2-3วันซึ่งอาการดังกล่าวเกิดจากกระบวนการผลัดเซลล์ขึ้นมาใหม่เพื่อทดแทนเซลล์ผิวเดิม
4.Bronzing , Crusting and Small Dark Dots : การรักษาด้วย Fraxel leser จะมีการทำลายผิวเป็นลักษณะทรงกระบอกแทงลงที่ผิวในลักษณะกระจายกันอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งอาจทำให้ผิวบริเวณที่ทำการรักษามีสีคล้ำขึ้นหรือที่เรียกว่าปฏิกิริยา MENDs หรือในบางรายที่ใช้พลังงานในการรักษาสูง อาจมองเห็นที่ผิวชัดเจนขึ้นว่าเป็นจุดเล็กๆสีดำ โดยปรกติหากเป้นบริเวณผิวหน้ามักจะหายไปภายใน 7-10 วันหากเป้นบริเวณร่างกายอาจอาจใช้เวลานานสุดประมาณ 3 สัปดาห์อาการดังกล่าวจึงหายไป
5.Raw Skin : หลังทำการรักษาในระยะเวลาของการผลัดเซลล์ผิว ควรใช้ครีมชุ่มชื้น เช่น Aquaphor หรือ Bacitracin หรืออื่นๆห้ามแกะผิวที่เป็นสะเก็ด ควรให้มีการผลัดผิวตามกระบวนการปรกติเพียงใช้ครีมชุ่มชื้นตลอดระยะเวลาของการผลัดเซลล์ผิวใหม่ก็เพียงพอ
การปฏิบัติตัวก่อน-หลัง
• Skin Care Product : ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ในสัปดาห์แรกหลังทำการรักษา ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ระคายผิวและไม่อุดตัน ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน อาทิเช่น Aveeno , Dove , Neutrogena and Cetaphil
• Sunscreen : ควรใช้ครีมกันแดดที่ SPF มากกว่า 30 และครอบคลุมทั้ง UVA และ UVB ควรทาครีมก่อนออกจากบ้านประมาณ 20 นาที และหากอยู่ในที่แจ้งควรทาซ้ำ ทุกๆ 2 ชั่วโมงและหากอยู่กลางแดดควรสวมหมวก หรือเสื้อผ้าที่ปกคลุมบริเวณที่ทำการรักษา
• Moisturizer : ควรทาครีมชุ่มชื้นที่ไม่ระคายเคืองและไม่อุดตัน บริเวณที่ทำการรักษา ตลอดระยะเวลาของการรักษา เพื่อให้ได้กระบวนการผลัดเซลล์ผิวที่สมบูรณ์ที่สุด
• Scrubs , Toners , Glycolic acid and Retin A : ในระยะสัปดาห์แรกของการรักษาผิวจะค่อนข้างบอบบางและระคายเคืองง่าย ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้
• Bleaching Cream : ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในระยะหลังทำการรักษา ควรรอให้ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทนก่อนประมาณ 3 สัปดาห์ หมั่นสังเกตผิวใหม่ที่ขึ้นมาทดแทนผิวเดิม  หากคนไข้มีประวัติการเป็น Cold Sores ให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการดูแลผิว 

Tripolar Rf

นวัตกรรมใหม่ Tripolar

Tripolar เป็นนวัตกรรมใหม่  เพื่อผิวเนียนสวย ยกกระชับผิวหน้า ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย และสลายเซลล์ลูไลท์ เพิ่มความเนียนเรียบกระชับของผิวกาย ขจัดปัญหาผิวเปลือกส้ม
Tripolar เป็นการนำ Technology ของUni-polar และ bi-Polar มารวมกันเป็น Tripolar เพื่อให้ ประสิทธิภาพที่สูงกว่าทำให้สามารถกระตุ้นเซลล์ได้ลึกถึง 2 ระดับชั้น คือ Dermis และ Subcutaneous โดยการฟื้นฟูสภาพผิวด้วย Rediofrequency (RF) โดยการส่งกระแสไฟคลื่นความถี่วิทยุเข้าไปกระตุ้นเซลล์ทำให้มีการสร้างและการเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจนใต้ผิว ซึ่งทำให้ผิวหนังมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นดีขึ้น ความหย่อนคล้อยและริ้วรอยลดลง ช่วยแก้ปัญหารอยย่น ร่องลึก และรอยตีนกาบนใบหน้า ทั้งชนิดลึกและตื้นอย่างได้ผลดี   เป็นการยกกระชับหน้าให้หน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะรอยตีนกาชนิดลึก ซึ่งยากต่อการแก้ไข และยังสามารถสลายเซลล์ลูไลท์โดยการสะสมพลังความร้อนโดยเฉพาะที่ไขมัน เพิ่มการเผาผลาญของไขมัน ทำให้ไขมันหดตัวและเล็กลง เพิ่มความกระชับและเนียนเรียบของผิว ขจัดปัญหาผิวเปลือกส้มอย่างชัดเจน
โดยมีรายงานเบื้องต้นพบว่าเกือบ 100 % ของผู้เข้ารับการรักษา มีความพึงพอใจกับผลการรักษา
การรักษาด้วย tripolar
เห็นผลทันทีและชัดเจนแม้ในครั้งแรกของการรักษาผลข้างเคียงน้อยมากเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยการผ่าตัดดึงหน้าผลการรักษาอยู่ได้นานและสามารถทำการรักษาซ้ำได้ไม่จำกัด
ผิวหน้า
เป็นการกระชับผิวหน้า ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย ด้วยการรักษาเพียงครั้งแรก ท่านสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เช่น ใบหน้ายกกระชับ เต่งตึงขึ้น  รูขุมขนเล็กลง รอยย่นต่างๆ ร่องลึกลดลงอย่างชัดเจนในทันทีหลังการรักษาครั้งแรก การรักษาซ้ำด้วย tripolar ทุกสัปดาห์ติดต่อกัน 6 ครั้ง และการรักษาซ้ำอีกเดือนละครั้งอีกเพียง 3 ครั้ง ก็จะทำให้ผลการรักษาได้ผลรวดเร็วชัดเจน และ ได้ผลที่ถาวรขึ้น
 การนำเทคโนโลยีของคลื่นวิทยุชนิดหัวเดียว (Unipolar) และคลื่นวิทยุชนิดสองหัว (Biipolar) มารวมกัน เพื่อให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่าทำให้สามารถกระตุ้นเซลล์ได้ลึกถึง 2 ระดับชั้น คือ ชั้นหนังแท้(Dermis) และชั้นไขมัน(Subcutaneous) จึงช่วยกระตุ้นคอลลาเจนทำให้ใบหน้าและลำคอ ยกกระชับตึง เพิ่มความเรียบนียนของผิว รู้สึกได้เพียงการรักษา 3-5 ครั้ง
ผิวกาย
เป็นการกระชับผิว สลายเซลล์ลูไลท์ เพิ่มความเนียบเรียบของผิว ลดปัญหาผิวเปลือกส้มอย่างชัดเจนเพียงการรักษาครั้งแรก ควรรักษาซ้ำทุกสัปดาห์ติดต่อกัน 8 ครั้ง และรักษาซ้ำอีกเดือนละครั้ง อีกเพียง 3 ครั้ง ก็จะทำให้ผลการรักษาได้ผลรวดเร็วชัดเจน และได้ผลที่ถาวรขึ้น
ขณะทำการรักษาด้วยTripolar
จะไม่มีอาการเจ็บเลยแต่จะรู้สึกอุ่นๆและผ่อนคลาย เหมือนการนวด แต่ในบางครั้งอาจรู้สึกเหมือนโดนช๊อดที่หน้าในบางตำแหน่ง เช่น หน้าผาก เป็นต้น
หลังทำการรักษาด้วย Tripolar
ผิวบริเวณที่ทำการรักษาด้วย Tripolar จะอุ่นๆและมีสีชมพู ไม่ต้องตกใจ ประมาณ 30 นาที ก็จะกลับมาเป็นปกติ
การปฏิบัติตัวหลังทำTripolar
 ควรให้ผิวบริเวณที่ทำการรักษาคลายความร้อนไปเอง  คารทามอยเจอร์ไรเซอร์บริเวณที่ทำการรักษาอย่างทุกวันเพื่อให้ผิวชุ่มชื่น