Showing posts with label all treatment. Show all posts
Showing posts with label all treatment. Show all posts

Monday, May 6, 2013

Juvederm Filler เติมเต็มร่องลึก




Juvederm เป็นสารฉีดเติมเต็มอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมใช่กันในปัจจุบัน ช่วยเติมเต็มรอยบุ๋มขนาดปาน กลางๆของผิวหนัง โดยการฉีดเข้าชั้น mid- dermis นอกจากนั้นยังสามารถเติมริมฝีปากให้เอิบอิ่มสวยงามได้ด้วย

ประโยชน์ของ Juvederm
  •  ในขบวนการผลิต juvederm  มีการผสมยาชาเข้าไปในโมเลกุลของhyaluronic acid เรียบร้อย ทำให้ขณะฉีดมีความรู้สึกเจ็บน้อยมาก จนแทบไม่รู้สึกเลย คนไข้จะรู้สึกสบายมากขึ้นในขณะฉีด
  • โมเลกุลของ hyaluronic acid ที่เป็นเนื้อเดียวกัน ไม่แขวนลอยอยู่กับตัวนำพาเหมือน fillers ตัวอื่นๆ ทำให้ Juvederm อยู่ได้นานไม่สลายจากผิวหนังเร็วเกินไป ลดโอกาสเกิดก้อนหรือผิวไม่เรียบหลังการฉีด
  •  Juvederm ลดโอกาสการกระจายตัวหรือออกไปสู่บริเวณข้างเคียงได้ค่อนข้างมาก
  • Juvederm มีความเข้มข้นของปริมาณ hyaluronic acid ต่อ 1 มิลลิลิตร (ml)
วิธีการใช้ยา
  • Juvederm ใช้ฉีดเข้าผิวหนังชั้น dermid หรือเยื่อบุริมฝีปาก เพื่อเติมเต็มให้ผิวดูสวยงาม ควรใช้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกฝนเทคนิคการฉีดเท่านั้น
ข้อควรระวังหรือข้อปฏิบัติตัวหลังการฉีด Juverderm
  • การปฏิบัติตัวตามคำแนะนำจะช่วยให้ได้รับประโยชน์จากการฉีดมากที่สุด
  • ภายใน 12 ชั่วโมงแรก งด การใช้เครื่องสำอางแต่งหน้า
  •   ภายใน 2 สัปดาห์แรก เลี่ยง การอยู่ในที่ร้อน เช่น แตกแดด หรือ อบซาวน่า และการได้รับรังสียูวี
                 เลี่ยงการอยู่ในที่เย็นจัด เช่น การเล่นสกี
  •   พบแพทย์ หลังฉีด juvederm แพทย์จะนัดพบอีกครั้งภายใน 2สัปดาห์ เพื่อตรวจติดตามผล และอาจมีการฉีดเพิ่มในกรณีจำเป็น
สังเกตอาการข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น
ควรรีบไปพบแพทย์หากเกิดอาการเหล่านี้  
  •     การอักเสบ ( บวม แดง ผื่นคัน ) หรืออาการปวดซึ่งอาจเกิดขึ้นหลังการฉีด 1 สัปดาห์
  •     อาการห้อเลือด เนื้อเยื้อแข็งตัว ผิวหนังเปลี่ยนสี ฝี หรืออาการผิดปกติอื่นใดซึ่งเรื้อรังนานกว่า 1 สัปดาห์
Juvederm จะมีประสิทธิภาพอยู่ได้นานนั้น ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยในแต่ละราย  ผู้ป่วยจึงควรพบแพทย์เป็นระยะ

Sunday, December 2, 2012

AHA ( glycolic acid) ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว


AHA หรือ Alpha hydroxy acid เป็นกรดอินทรีย์ที่พบในธรรมชาติ  ปัจจุบันได้มีการผลิตสังเคราะห์ เพื่อนำมาใช้เป็นเวชภัณฑ์สำอางค์ AHA ที่สามารถพบได้ตามธรรมชาติ ได้แก่ Glycolic acid หรือ Lactic acid พบได้ในผลไม้, Malic acid พบได้ใน แอปเปิ้ล และ Tartaric acid พบได้ในองุ่น ในปัจจุบันได้มีการสังเคราะห์ AHA และผสมอยู่ในเครื่องสำอางค์หลายชนิดโดยมีความเข้มข้นแตกต่างกัน โดยที่มีคุณสมบัติช่วยในการลดริ้วรอยบนใบหน้า ความเข้มข้นสำหรับการใช้นั้น มีตั้งแต่ 3%-15% สำหรับให้ผู้ป่วยไปใช้ที่บ้าน และ 30%-70% สำหรับการลอกผิวที่ต้องการผลที่มากกว่า ใช้โดยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์

Sunday, April 22, 2012

Botox ลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า

                                 
 Botox "โบท็อกซ์"
เป็นชื่อทางการค้าของสารชีวภาพชนิดหนึ่งคือ โบทูลินัม ท็อกซิน เอ ที่มาจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัวชั่วคราว ดังนั้นจึงนิยมนำโบท็อกซ์มาใช้สำหรับการลดรอยย่นของผิวหนัง เช่นรอยย่นเวลาขมวดคิ้ว เพราะเมื่อกล้ามเนื้อหดตัวแล้ว เวลาขมวดคิ้วกล้ามเนื้อจึงไม่จับกันเป็นก้อนนูนออกมา และยังสามารถช่วยในการปรับแต่งรูปหน้าได้ เช่น ยกคิ้ว ยกมุมปาก ลดปีกจมูก ฉีดลดกรามทำให้หน้าเรียว ฉีดลดเงื่อในผู้ที่ภาวะเงื่อออกมาก รักแร้ ฝ่าเท้า เป็นต้น
ผลของการฉีด โบท็อกซ์ 
 ในกรณีที่ฉีดเพื่อการลดริ้วรอย หลังฉีดโบท็อกซ์แล้ว ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงอารมณ์เช่น การขมวดคิ้ว รอยย่นที่หน้าผาก ตีนกาการฉีดคิ้วโก่ง แก้มุมปากตก ลดปีกจมูก รอยย่นจมูกที่เกิดจากการยิ้ม  ริ้วรอยเหล่านี้จะลดลงเห็นผลภายใน 7 วัน และอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน  ผิวจะดูเรียบเนียนมากขึ้น ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ หรือกรณีที่ฉีดปรับแก้ไขรูปหน้า หรือฉีดลดกรามทำหน้าเรียวนั้นจะเห็นผลภายใน 1 เดือน และอยู่ได้ประมาณ 1 ปี แต่การฉีดกรามนั้นจะต้องใช่ปริมาณ Botox ที่มากกว่าการฉีดลดริ้วรอยบนใบหน้า ส่วนการฉีดควบคุมต่อมเหงื่อ เพื่อลดเหงื่อใต้วงแขน โดยการทำงานยับยั้งการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ Sympathetic ที่ควบคุมต่อมเหงื่อทำให้ผลิตเหงื่อลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ต้องฉีดหลายเข็ม และต้องใช้ยาประมาร 10 unit ถึงจะได้ผลดี จะเห็นผลภายใน 7 วัน และจะอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน
หลังฉีดโบท็อกซ์ 
หลังการฉีดผิวบริเวณที่ฉีกจะมีลักษณะเป็นตุ่มคล้ายโดนยุงกัด และอาจมีจุดเลือดออกตามรอยเข็มเล้กน้อย และจะหายไปภายใน 4-6 ชม. บุคคลที่เคยฉีด Botoxสามารถฉีดซ้ำได้ต่อเมื่อกล้ามเนื้อกลับสู่สภาพเดิม  **ห้ามฉีด Botox ซ้ำบริเวณที่เคยฉีดมาแล้วเพราะอาจมีผลทำให้กลามเนื้อบริเวณนั้นอ่อนแรงได้**

การฉีด Botox 
 นั้นแสนง่าย รวดเร็ว ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น เหมือนการทำศัลยกรรม ฉีดเสร็จก็สามารถกลับบ้านได้เลย สามรถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ  แถมราคาก็สบายกระเป๋า เพราะเสริมแต่ง หรือ แก้ไขเฉพาะจุดที่จำเป็น โดยเฉพาะผู้เข้ารับการรักษาที่มีอายุน้อยซึ่งความแข็งแรงยืดหยุ่นของผิวพรรณยังค่อนข้างสมบูรณ์ดีอยู่ จะใช้ยาในปริมาณที่น้อยมาก การแก้ไขในบางจุดจึงมีราคาแค่พันต้นๆ เท่านั้น
การฉีดโบท็อกซ์นั้นเหมาะกับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เพราะรูปหน้าคงที่แล้ว หากต้องการปรับแต่งรูปหน้าให้สวยเรียว ได้รูปหรือ ต้องการปรับเล็กๆ น้อยๆเพื่อแก้โหงวเฮ้ง หรือเสริมบุคลิกภาพเพื่อสังคม ผู้มีอายุต่ำกว่านั้นก็สามารถทำได้ ไม่ต้องรอให้วัยล่วงเลย
บุคคลที่ไม่ควรฉีด Botox
1. ผู้ป่วยโรคระบบกล้ามเนื้อ
2. ผู้ที่มีประวัติแพ้ Albumin
3. ผู้ที่มีประวัติแพ้ Botulinum Toxin
4. หญิงมีครรภ์อยู่ระหว่างให้นมบุตร
การเตรียมตัวก่อนการฉีด
1. ห้ามรับประทานยาลดการอักเสบ หรือแอสไพริน ก่อนการฉีดยา 1 อาทิตย์
2. ควรหยุดรับประทานวิตามิน โดยเฉพาะ วิตามินอี น้ำมันปลา ใบแปะก๊วย และสมุนไพรร้อน เช่น โสม ก่อนการรักษาประมาณ 2-3 วัน
3.ในบางคนที่ทดความเจ็บได้น้อยอาจทายาชา 30-45นาทีก่อนฉีด หรือมีการประคบเย็นก่อนก็ได้
ความรู้สึกขณะฉีดBotox
ขณะฉีด Botox จะรู้สึกเหมือนโดนมดกัด และมีอาการแสบเล็กน้อย  ไม่เจ็บมาก หลังฉีดจะมีตุ่มแดงเหมือนยุงกัด และรู้สึกตึงๆบริเวณที่ฉีด อาการเหล่านี้จะหายไปในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง  ส่วนการฉีกกรามสำหรับหน้าเรียวจะรู้สึกตึงบริเวณกรามอ้าปากลำบากประมาณ 2ชั่วโมง
การปฏิบัติตัวหลังฉีดBotox
1. ห้ามนอนราบ 3 ชม. หลังทำ เนื่องจากตัวยาอาจกระจายออกนอกตำแหน่งที่ฉีด ทำให้ไม่ได้ประสิทธิภาพที่ต้องการ
2. ห้ามนวดบริเวณที่ฉีด เพราะทำให้ยากระจายตัวไปที่กล้ามเนื้อรอบดวงตาได้
3. ขยับกล้ามเนื้อที่ฉีด ทุก 15 นาที ในชั่วโมงแรกหลังฉีด เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ดีขึ้น
4. หากมีรอยช้ำหลังฉีด ประคบเย็นที่บ้านต่อ ไม่ให้นวด หรือประคบอุ่น และงดทานยาจำพวก แอสไพริน วิตามินอี สมุนไพรร้อน     เช่น แปะก๊วย โสม 2-3 วัน เพื่อลดรอยช้ำหลังฉีด (หากมี)
5. ควรงดการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 2 อาทิตย์แรกซึ่งอาจจะมีผลทำให้โบท็อกซ์ออกฤทธิ์ได้ไม่ดี หรืออาจแย่ไปกว่านั้นอีกก็คือ     ทำให้เกิดริ้วรอยแผลบริเวณตำแหน่งที่ฉีดโบท็อกซ์
6. ช่วงเดือนแรกงดเว้นการนวดหน้าแรงๆ หรือ การทำ treatment ร้อน เช่น RF, การซาวน่า
7. สำหรับผู้ที่ฉีดหน้าเรียว ควรงดเว้นการเคี้ยวหมากฝรั่ง เนื่องจากจะทำให้การฉีดไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร
8. กลับมาพบแพทย์ครั้งต่อไปอีก 1 อาทิตย์ หรือถ้าฉีดหน้าเรียวพบแพทย์ครั้งต่อไปอีก 2 อาทิตย์หลังจากวันที่ฉีด
อันตรายหรือผลข้างเคียงจากBotox
การฉีดมีผลทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อฝ่อตายแต่อย่างใด ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงอย่างเช่น อาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ คันคันบริเวณที่ฉีด หรือบางรายหนังตาตก แต่พบได้น้อยมาก โดยเฉพาะหากฉีดในปริมาณน้อยๆ เพื่อการปรับรูปหน้า และอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
อัตราค่าบริการในการฉีดในการฉีด Botox 
จะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด บริมาณยาที่ใช้ บวกค่าฉีด ราคาในการฉีดของแต่ละเคสอาจไม่เท่ากัน และที่สำคัญขึ้นอยู่กับสถานความงามนั้นๆด้วย
คำแนะนำ : Botox มีชื่อทางการค้าหลายชื่อ มีราคาตั้งแต่ 2,000-10,000 ขึ้นไป ผู้ผลิตก็มีทั้ง เกาหลี  อเมริกา และอื่นๆ ก่อนที่จะฉีดควรศึกษาหาข้อมูล เปรียบเทียบราคา ก่อนตัดสินใจ ก่อนทำการฉีดควรขอดูขวดBotoxก่อนเสมอว่าใช้Botoxจริงหรือเปล่า  เพื่อความมั่นใจ

Thursday, April 19, 2012

Jet peel ออกซิเจนบริสุทธิ์

Hyperbaric Oxygen Jet Peel

Oxygen jet peel: ผลัดเซลล์ผิวด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์
เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น การนำพา Oxygen มาสู่ผิวหนังทางเส้นเลือดจะลดลงเสื่อมสภาพขาดชีวิตชีวา การใช้เครื่อง Hyperbaric Oxygen jet Peeling จะทำให้ผิวได้รับ Oxygen เต็มที่ พลังงานในระดับเซลล์เพิ่มขึ้นทำให้เซลล์สามารถขจัดสารพิษ และซ่อมแซมเซลล์เสื่อมสภาพได้ดีขึ้น ทำให้ผิวดูแข็งแรง ดูสดใสอ่อนเยาว์อีกครั้งหนึ่ง
ประโยชน์ Jet Peel  เป็นเทคโนโลยีใหม่ซึ่งดัดแปลงมาจากการใช้แรงดันอวกาศความเร็วสูง  พ่นลงไปบนผิวเพื่อทำความสะอาดผิวให้ลึกขึ้น  กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวด้านบน  ตามด้วยขั้นตอนการเพิ่มออกซิเจนให้ผิวหนังรวมทั้งบำรุงผิวด้วยน้ำแร่เย็น ลักษณะจำเพาะของ Jet peel ที่แตกต่างจากเครื่องมือทางการแพทย์ที่เคยมีมา โดยการผสมผสานการทำงานทั้งหมด 4 ขั้นตอนจึงทำให้ผลการรักษาเหนือกว่าการลอกหน้า กรอผิว ไอออนโต หรือโฟโน คือ
1.การทำความสะอาดผิวจากสิ่งที่ตกค้างตั้งแต่ชั้นบนไปจนถึงผิวหนังทั้งหมดในบริเวณนั้น พร้อมกันนั้นก็จะมีการกระตุ้นระบบหมุนเวียนในผิวหนังทำให้เกิดการกำจัดของเสียในผิวชั้นลึกและมีการสร้างเส้นใยคอลลาเจนและความยืดหยุ่นให้ผิวอีกด้วย
2.กระตุ้นการผลัดเซลผิวหนังชั้นนอกทำให้ได้ผิวใหม่ที่ดูสดใส  วิธีนี้ให้ผลได้ใกล้เคียงกับการกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี(Microdermabresion)  แม้จะให้ผลช้ากว่าเล็กน้อยแต่ก็อ่อนโยนกว่าและไม่ระคายเคือง เหมาะสำหรับคนที่อยากทำทรีทเม้นท์หน้าใสผลัดเซลล์ผิวเก่าสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่ดูเรียบเนียนและสดใสขึ้น  มีความชุ่มชื่นของผิวมากขึ้น  รอยด่างดำบนผิวหน้าจะจางลง และมีสุขภาพดี
3.การให้สารน้ำจำพวกวิตามินเช่น วิตมิน ซี กูตาไทโอน เป็นต้น
4.การเติมออกซิเจนให้กับผิวหนัง ทำให้ผิงชุ่มชื่น
5. เป็นการดีท็อกผิว ให้เกิดการไหลเวียนระบบเหลือที่ดีขึ้น
ซึ่งหลักการทำงานแบบนี้สามารถช่วยในการผลัดเซลล์ผิวทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก เพิ่มความชุ่มชื้นพร้อมกับให้สารอาหารและออกซิเจนแก่ผิว จึงทำให้ผิวสดใสเปล่งปลั่ง และเรียบเนียน สามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยจุดด่างดำต่างๆ ทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย รวมทั้งสามารถขจัดของเสียออกจากเซลล์ และยังมีประสิทธิภาพในการช่วยรักษาสิวได้อีกด้วย
ขณะทำการรักษา
เครื่องนี้จะทำให้ผู้ใช้บริการรู้สึกเย็นสบายไม่มีอาการเจ็บแต่อย่างใด และมีเสียงดังขณะทำ การ Jet peel  ไม่น่ากลัว และไม่เจ็บขณะทำ
หลังการรักษา
ผิวจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อนหรือซีดลงเล็กน้อยบริเวณที่รักษา เมื่อรักษาเสร็จแล้วผิวจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติหลังการรักษาประมาณ 30 นาที ดังนั้น จึงสามารถทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆได้ทันที สามารถทำได้ทุกอาทิตย์   สามารถทำ Jet Peel  ได้บ่อยครั้ง 3 วันครั้ง หรืออาทิตย์และครั้งก็ได้
 ข้อเสียของเครื่องนี้คือทำการรักษาจะมีเสียงดังเล็กน้อยและมีลมเป่าที่หน้าอาจทำให้รู้สึกอึดอัดได้
การปฏิบัติหลังทำ Jet peel
ควรทามอยเจอร์ไลเซอร์  และทากันแดดเพื่อปกป้องผิวเสมอ